NUMKINGSTONลงโฆษณา Google Ads ได้คลิกทุกวัน แต่ไม่มีคนสั่งซื้อหรือขอใบเสนอราคา แถมงบหมดเร็วกว่าที่คิด ปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจากโฆษณาแพงอย่างเดียว แต่เกิดจากการจ่ายเงินให้คำค้นหาที่ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย
ก่อนเพิ่มงบ ลองตั้งคำถามดูก่อนว่า “คนที่คลิกกำลังค้นหาอะไร ?” เพราะการไม่ตรวจ Search Terms Report อาจทำให้ซื้อคลิกผิดกลุ่มซ้ำ ๆ บทความนี้จึงจะพาไปตรวจแคมเปญ Search ที่ใช้คีย์เวิร์ดกัน

Keywords คือคำที่ผู้ลงโฆษณากำหนด ส่วน Search Terms คือข้อความที่ผู้ใช้ค้นหาจริง Google จะจับคู่สองส่วนนี้ตามประเภทการจับคู่และบริบท
สมมติธุรกิจขายซอฟต์แวร์บัญชีรายเดือน กำหนด Keyword ว่า โปรแกรมบัญชี คำค้นหาที่อาจพบ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า ได้แก่
| Search Terms | เจตนาที่ควรตรวจสอบ |
| โปรแกรมบัญชีฟรี | ต้องการใช้ฟรีหรือทดลองก่อนซื้อ? |
| ดาวน์โหลดโปรแกรมบัญชี | ต้องการซอฟต์แวร์แบบที่เราขายหรือไม่? |
| โปรแกรมบัญชีนักเรียน | อาจใช้เรียนมากกว่าทำธุรกิจ |
| โปรแกรมบัญชีสำหรับ SME | ใกล้กลุ่มเป้าหมาย แต่ไม่รับประกันการซื้อ |
ผู้ลงโฆษณาเลือก Keyword แต่ระบบแสดงโฆษณาตาม Search Terms ที่จับคู่ได้
เข้า Campaigns → Insights and reports → Search terms เลือกแคมเปญและช่วงเวลา เช่น 30 วันย้อนหลัง จากนั้นกด Columns เพิ่มข้อมูล แล้วเรียง Cost จากมากไปน้อย
| ตัวชี้วัด | ความหมาย |
| Clicks | จำนวนคลิก |
| Impressions | จำนวนครั้งที่โฆษณาปรากฏ |
| Cost | ค่าใช้จ่าย |
| Conversions | การกระทำที่ตั้งให้วัด เช่น ซื้อหรือส่งฟอร์ม |
| Conversion Rate | สัดส่วน Conversion ต่อปฏิสัมพันธ์ที่ติดตามได้ ซึ่งใน Search โดยทั่วไปคือคลิก |
อย่าตัดสินคำจากคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง ควรดูระยะเวลาตัดสินใจซื้อและความถูกต้องของการวัดผลด้วย ทั้งนี้ รายงานไม่ได้เปิดเผยทุกคำค้นหา เนื่องจากเกณฑ์ความเป็นส่วนตัวของ Google
ฟรี ดาวน์โหลด ตัวอย่าง งาน สมัครงาน รีวิว วิธีทำเอง และ PDF เป็นคำที่ควรตรวจเจตนา ไม่ใช่คำที่ต้องตัดทุกธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น ร้านติดตั้งแอร์อาจไม่ต้องการ “สมัครงานช่างแอร์” หรือ “วิธีล้างแอร์เอง PDF”
แต่คำว่า “รีวิวร้านติดแอร์” อาจมาจากลูกค้าที่กำลังเลือกผู้ให้บริการ ส่วนซอฟต์แวร์ที่มีรุ่นทดลองอาจได้ลูกค้าจากคำว่า “ฟรี”
Negative Keywords คือคำหลักเชิงลบที่กันโฆษณาออกจากการค้นหาตามเงื่อนไข ช่วยลดคลิกไม่เกี่ยวข้อง เช่น ร้านติดตั้งแอร์เพิ่ม “สมัครงาน” เพื่อหลีกเลี่ยงคนหางาน คำเชิงลบมีประเภทการจับคู่เฉพาะ และไม่ได้ครอบคลุมคำพ้องความหมายทั้งหมด
ตรวจแคมเปญที่จะใช้ลิสต์ก่อนยืนยัน การเพิ่มจากรายงาน Search มีค่าเริ่มต้นเป็น Negative Exact Match ควรตรวจประเภทการจับคู่ให้ตรงสิ่งที่ต้องการกันออก
ประเภทการจับคู่ใช้ความหมายและเจตนาร่วม
| ประเภท | ข้อดี | ข้อจำกัดและการใช้งาน |
| Broad: โปรแกรมบัญชี | เข้าถึงคำค้นหาที่เกี่ยวข้องได้กว้าง | ต้องติดตามคุณภาพ เหมาะกับการขยายผลร่วมกับ Smart Bidding |
| Phrase: "โปรแกรมบัญชี" | จับคำที่รวมความหมายของคีย์เวิร์ด | อาจมีเจตนาที่ไม่ต้องการ |
| Exact: [โปรแกรมบัญชี] | ควบคุมมากที่สุด จับความหมายหรือเจตนาเดียวกัน | เข้าถึงน้อยกว่า เหมาะกับคำที่ต้องการเน้น |
Exact ไม่จำเป็นต้องตรงทุกตัวอักษร และ Phrase ไม่จำเป็นต้องมีวลีเดิมเรียงกันเสมอไป ทุกประเภทจึงยังต้องตรวจคำค้นหา
Broad Match เปิดโอกาสให้เข้าแข่งขันในคำค้นหาหลากหลาย จึงอาจใช้เงินเร็วและเข้าถึงคนที่ยังไม่มีเจตนาซื้อ โดยเฉพาะเมื่อขาดการกรองคำ
Google แนะนำให้ใช้ร่วมกับ Smart Bidding หรือการเสนอราคาอัตโนมัติที่มุ่งผลลัพธ์ ซึ่งอาศัยข้อมูล Conversion เพื่อเรียนรู้ว่าอะไรมีคุณค่าต่อธุรกิจ
บัญชีใหม่หรือข้อมูลน้อยอาจประเมินผลยาก แต่ Broad Match ไม่ได้แย่เสมอไป ควรทดลองด้วยงบที่รับได้และตรวจคุณภาพลูกค้า
เจ้าของธุรกิจตรวจคำค้นหาและเพิ่มคำเชิงลบเองได้ แต่ถ้ามีหลายแคมเปญ วัดยอดขายไม่ครบ หรือปรับแล้วต้นทุนยังสูง อาจให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจบัญชี
หากพิจารณาผู้ให้บริการรับทำโฆษณา Google Ads ในประเทศไทย ควรถามว่าตรวจ Search Terms บ่อยแค่ไหน วัดคุณภาพลูกค้าอย่างไร และแยกค่าโฆษณาจากค่าบริการชัดเจนหรือไม่ ควรตกลงเป้าหมาย เช่น ต้นทุนต่อผู้สนใจที่ผ่านเกณฑ์ และขอสิทธิ์เข้าถึงบัญชีเพื่อให้เจ้าของตรวจสอบการใช้เงินได้ Google Ads ไม่ได้แพงเสมอไป แต่การปล่อยบัญชีโดยไม่วิเคราะห์ข้อมูลอาจทำให้งบสูญเปล่า
ก่อนเพิ่มงบ ควรตรวจคำค้นหา การวัดผล และหน้าเว็บไซต์ เพื่อเข้าถึงลูกค้าที่ใช่
คำสำคัญ »
|
|
Web Content Editor ท่านหนึ่ง นิยมการเล่นมือถือเป็นชีวิตจิตใจ |