สังเกตไหมว่า การใช้โซเชียลมีเดียยุคนี้นั้นเวลาเล่นอยู่มักจะมีคอนเทนต์ที่เราไม่ได้สนใจ ไม่ใช่จากเพื่อนเรา แค่เราเผลอไปคลิ๊กโดนรอบหนึ่งเยอะมาก นั่นเพราะมีการใช้อัลกอริทึมเพื่อดันคอนเทนต์เหล่านั้นขึ้นมา และในตอนนี้ดูเหมือนรัฐบาลต่าง ๆ จะเริ่มไม่ปลื้มกับวิธีการดังกล่าวแล้ว
จากรายงานโดยเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของผู้พัฒนาเครื่องมือต่อต้านมัลแวร์ชื่อดัง Malwarebytes ได้กล่าวถึงการที่ทางรัฐบาลต่าง ๆ รอบโลกนั้นได้เริ่มออกมาทำการเคลื่อนไหวเพื่อห้ามหรือหยุดยั้งไม่ให้ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียใช้ระบบอัลกอริทึมเพื่อดันคอนเทนต์ที่ไม่ต้องการสู่ผู้ใช้บริการ โดยเริ่มจากรัฐบาลออสเตรเลียที่พึ่งจะบังคับใช้กฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดียเมื่อไม่นานมานี้ ได้ทำการนำเสนอกฎหมายร่าง Digital Duty of Care ภายใต้แนวคิด หน้าฟีดของฉัน, แนวทางของฉัน (My Feed, My Way) โดยกฎหมายใหม่นี้จะบังคับให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ต้องมีปุ่มปิดฟังก์ชันอัลกอริทึมให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดปิดได้อย่างเสรี เพื่อป้องกันการได้รับคอนเทนต์ที่ไม่ต้องการ ซึ่งกฎหมายใหม่นี้มีกำหนดการที่จะส่งเข้าพิจารณาในสภาก่อนเทศกาลคริสต์มาสในปีนี้ โดยกฎหมายใหม่นี้ได้มีการเพิ่มค่าปรับต่อผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ค่อนข้างสูงมาก ซึ่งตามกฎหมายนั้นสามารถปรับได้สูงสุดถึง 78.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,642,137,593 บาท)
นอกจากนั้นกฎหมายใหม่นี้ยังให้อำนาจองค์กรกรรมาธิการด้านความปลอดภัยออนไลน์แห่งประเทศออสเตรเลีย (Australian eSafety Commissioner) มีอำนาจออกหมายแจ้งให้ลบ (Remova Notice) เพื่อลบคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม เช่น แอปและเว็บไซต์อนาจาร อีกด้วย
เมื่อกลับมาในส่วนของกฎหมายห้ามการใช้งานโซเชียลมีเดียในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี นั้น แม้ตัวกฎหมายจะมีความเข้มข้นสูง แต่การบังคับใช้จริงกลับได้ผลน้อยมาก จากสถิติอย่าง
คำสำคัญ »
|
|