ไมโครซอฟท์เพิ่มฟีเจอร์ Cloud Rebuild บน Windows 11 ช่วยกู้ข้อมูลได้อย่างง่ายดาย
ภาพจาก : https://www.howtogeek.com/744791/windows-11-is-now-available-as-a-beta/
เมื่อ :
6 สิงหาคม 2569
| ผู้เข้าชม :
477
แชร์หน้าเว็บนี้ :
Windows 11 นั้นแม้ในการอัปเดตแต่ละครั้งจะมาพร้อมกับบั๊กมากมาย แต่ในหลายครั้งก็จะมีการอัปเกรด หรือเพิ่มฟีเจอร์มาอีกมากมายเช่นเดียวกัน และในครั้งนี้อาจจะเป็นการอัปเกรดที่สร้างความสะดวกที่มากขึ้นให้กับผู้ใช้งานอีกหลายราย
จากรายงานโดยเว็บไซต์ Neowin ได้กล่าวถึงการที่ทางไมโครซอฟท์ได้ทำการออกอัปเดตเวอร์ชันทดสอบสำหรับกลุ่มนักทดสอบในโครงการ Windows Insider ผ่านทางช่อง Experimental โดยอัปเดตนั้นจะมีอยู่ 2 ตัว คือ 26300.8772 สำหรับ Windows 11 26H2 และ 28120.2387 สำหรับ Windows 11 26H1 โดยแต่ละตัวนั้นจะมีการเพิ่ม และปรับปรุงฟีเจอร์ที่ต่างกันดังนี้
บทความเกี่ยวกับ Microsoft อื่นๆ
26300.8772
- มีการเพิ่มฟีเจอร์ Cloud Rebuild ในส่วนของการกู้ข้อมูล (Recovery) ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถลง Windows ใหม่ได้อย่างง่ายดายแม้ตัว Windows ที่ใช้อยู่จะบูท (Boot) ไม่ขึ้น โดยสิ่งที่ต่างไปจากฟีเจอร์ Unlike Reset this PC นั่นคือฟีเจอร์นี้จะทำการดาวน์โหลดไฟล์อิมเมจ (Disc Image) และไดร์เวอร์ต่าง ๆ มาจาก Windows Update โดยตรง ซึ่งผู้ใช้งานจะเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ได้จากหน้าจอ Windows Recovery Environment (WinRE) ด้วยการเลือก Troubleshoot > Recovery and uninstall > Cloud rebuild
- การสำรองข้อมูลและการกู้ข้อมูล (Backup and Restore) สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานระดับธุรกิจ จะถูกตั้งค่าเป็นค่าเริ่มต้น (Default) จากเดิมที่ผู้ดูแลด้านไอที (IT Administrator) ต้องทำการตั้งค่าเองสำหรับอุปกรณ์ที่ได้รับการลงทะเบียนในรูปแบบ Microsoft Entra Joined และ Microsoft Entra Hybrid แต่ในขณะเดียวผู้ดูแลก็ยังคงมีอำนาจเต็มในการเปิดปิด และการจัดการอื่น ๆ อยู่
- การควบคุมบัญชี (Account Control) ได้มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาการใช้งาน (User Interface) ให้ใช้งานง่าย มีความชัดเจนมากขึ้นไปกว่าเดิม
- การแชร์ความคิดเห็น (Feedback) ไปยัง Feedback Hub ทำได้ง่ายเพียงแค่กดปุ่มรูปโลโก้ Windows+F ขณะที่อยู่ในเมนู Settings > Start Menu
- การค้นหา (Search) เพิ่มความสูงของกล่องค้นหา (Search Box) มา 4px
- ทาสก์บาร์ (Taskbar) ได้รับการแก้บั๊กที่บางครั้งจะไม่เห็นไอคอน Taskbar เมื่อใช้งานในแนวตั้ง (Vertical)
- ฟอนต์ (Font) ปรับปรุงการใช้งานฟอนต์ Mongolian Baiti ให้มีการเรนเดอร์ (Render) ได้ดียิ่งขึ้น
- นอกจากนั้นยังได้มีการแก้ไขบั๊กอื่น ๆ เช่น ซอฟต์แวร์ Outlook ไม่ตอบสนองเมื่อกดปุมปิด (Close) เป็นต้น
28120.2387
- ทาสก์บาร์ (Taskbar) ผู้ใช้งานจะสามารถปรับแต่งตำแหน่งของทาสก์บาร์ได้ผ่านทาง Settings > Personalization > Taskbar > Taskbar Behaviors
- นอกจากนั้นผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่งทาสก์บาร์ให้มีขนาดเล็กลงได้ที่ Settings > Personalization > Taskbar > Taskbar behaviors > Show smaller taskbar buttons อีกด้วย
- การอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน Windows 11 Pro Education for K-12 ก็สามารถทำได้ง่ายและฟรีสำหรับบัญชีที่มีสิทธิ์บนอัปเกรดนี้ โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
- ใช้บัญชีปกติล็อกอินเข้าสู่ระบบ
- เปิด Command Prompt แล้วรัน Clipupgrade.exe เพื่อทำการอัปเกรด
- ล็อกอินด้วยการใช้บัญชีที่มีสิทธิ์การใช้งาน K-12 ที่ได้รับมาจากทางองค์กรการศึกษาที่สังกัดอยู่เพื่อยืนยันตัวตน (Validation)
- ตัว Windows จะเริ่มทำการอัปเกรดเวอร์ชัน จากนั้นให้รีสตาร์ตเครื่อง และใช้งานเวอร์ชันดังกล่าวได้ทันที
- มีการแก้บั๊กในส่วนของ File Explorer ที่หยุดทำงานหลังกดปุ่มไอคอน OneDrive ขณะที่ใช้โหมดผู้ดูแล (Administrator Mode) อยู่
ที่มา : www.neowin.net

คำสำคัญ »
เขียนโดย
นักเขียน
|