เครื่องมือ AI หรือ Artificial Intelligence (ปัญญาประดิษฐ์) อย่าง ChatGPT ถึงแม้จะกลายเป็นเครื่องมือ AI สามัญประจำบ้านของหลาย ๆ คน แต่ตัวเครื่องมือก็มักจะตกเป็นจำเลยในคดีรุนแรงต่าง ๆ อยู่เรื่อย ๆ ดังเช่นกรณีนี้
จากรายงานโดยเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ CBS News ได้กล่าวถึงการที่ครอบครัวชาวเท็กซัส (Texas) ได้ทำการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัท OpenAI ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนา ChatGPT ที่ทางครอบครัวกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกชายเสพยาเกินขนาด (Overdose) จนถึงแก่ความตายในช่วงปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) โดยโทษว่า ลูกชายทำการปรึกษากับ ChatGPT โดยตัว ChatGPT นั้นแนะนำ และชักจูงให้ลูกชายทำการเสพยา ก่อนที่จะก่อเหตุน่าเศร้าดังกล่าว ดังนั้นทางครอบครัวจึงต้องการให้ทาง OpenAI ทำการรับผิดชอบ เนื่องจากตัว ChatGPT นั้นให้คำแนะนำที่เป็นอันตราย นับเป็นเครื่องมือที่ถูกพัฒนามาอย่างผิดพลาด และลูกชายพวกเขาอาจจะยังคงมีชีวิตอยู่ถ้าลูกชายไม่ไปปรึกษากับ ChatGPT
ซึ่งในเชิงรายละเอียดนั้น ตัว ChatGPT ให้คำแนะนำกับลูกชายว่า การเสพใบกระท่อมร่วมกับยาแซแน็กซ์ (Xanax) นั้นเป็นสิ่งที่ปลอดภัย สามารถทำได้ จนทำให้ลูกชายของพวกเขาต้องเสียชีวิตจากการทำตามคำแนะนำดังกล่าว โดยตัว ChatGPT นั้นไม่มีการแจ้งเตือน หรือหยุดสนทนาอัตโนมัติ จนนำไปสู่ความสูญเสีย ทำให้เป็นเครื่องมือที่ไม่มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดีพอ และผู้พัฒนาต้องมีส่วนร่วมในการเข้ามารับผิดชอบต่อความสูญเสีย ตามคำกล่าวอ้างของทางครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ได้ฟ้องร้องต่อศาล
นาย Angus Scott ซึ่งเป็นบิดาของผู้เสียชีวิตนั้นได้ให้สัมภาษณ์กับแหล่งข่าวว่า ChatGPT นั้นแม้จะไม่มีใบประกอบโรคศิลป์แต่ก็ให้คำแนะนำทางการแพทย์อยู่เสมอ หลายครั้งก็มักจะเป็นคำแนะนำผิด ๆ ถ้าไม่มีการสร้างระบบรักษาความปลอดภัยในการใช้งานที่ดีพอ ตัว ChatGPT ก็จะกลายเป็นตัวอันตรายที่ให้คำแนะนำผิด ๆ กับสังคมต่อไปเรื่อย ๆ
ขณะที่ทาง OpenAI ได้ออกมาแย้งว่า ทางบริษัทได้ทำการพัฒนา ChatGPT อย่างต่อเนื่องให้รับมือบทสนทนาสุ่มเสี่ยงและอาจก่อเกิดอันตรายต่อผู้ใช้งาน (Sensitive Topic) อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังกล่าวว่า การปรึกษา ChatGPT นั้นไม่สามารถทดแทนความช่วยเหลือทางการแพทย์จากมืออาชีพได้ และไม่แนะนำให้กระทำเช่นนั้น ทั้งยังกล่าวว่า ChatGPT ได้มีการแนะนำให้ผู้เสียชีวิตขอความช่วยเหลือจากมืออาชีพในหลาย ๆ ครั้ง ทั้งในบางคราวยังได้แนะนำให้ติดต่อกับสายด่วนฉุกเฉิน (Emergency Hotline) อีกด้วย
คดีนี้ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ขอให้ผู้อ่านที่สนใจทำการติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป
คำสำคัญ »
|
|