Windows 11 นั้นมีการรณรงค์ปนบีบบังคับจากทางผู้พัฒนาอย่างไมโครซอฟท์ ให้ผู้ใช้งาน Windows 10 เปลี่ยนมาใช้งานตลอดเวลา ซึ่งสร้างความรำคาญใจให้กับผู้ใช้งานหลายรายที่ไม่สามารถ หรือ ไม่อยากที่จะเปลี่ยน แต่ตอนนี้ดูเหมือนความพยายามนั้นจะประสบความสำเร็จแล้ว
จากรายงานโดยเว็บไซต์ Mezha ได้กล่าวถึงการที่ทางประธานฝ่ายบริหาร หรือ CEO (Chief Executive Officer) คุณ Satya Nadella ออกมากล่าวในช่วงของการแสดงงบการเงิน (Financial Report) ที่จะใช้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี ค.ศ. 2026 (พ.ศ. 2569) ว่า Windows 11 นั้นประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมีการเติบโตในการใช้งานแบบปีต่อปี (Year-over-Year) มากถึง 45% ในขณะที่ทางไมโครซอฟท์นั้นไม่ได้เปิดเผยว่ามีเครื่องที่ใช้งาน (Active Device) อยู่มากแค่ไหน ณ เวลานี้ แต่ได้มีการยืนยันตัวเลขภายในงาน Microsoft Ignite Conference ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) โดยคร่าว ๆ ว่า บริษัทได้มาถึงหมุดหมายสำคัญ (Milestone) ที่มีผู้ใช้งาน Windows 11 จำนวนเกือบจะถึงพันล้านเครื่อง ทำให้สามารถคาดหมายได้ว่าจะมีการเติบโตที่พุ่งสูงขึ้นตลอดเดือนธันวาคมจนสามารถมีผู้ใช้งานครบพันล้านเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแล้วจะพบว่า Windows 11 นั้นใช้เวลาเพียง 1,576 วัน เมื่อเทียบกับ Windows 10 ที่ใช้เวลา 1,706 วันถึงจะมีผู้ใช้งานครบพันล้านเครื่อง โดยได้มีการวิเคราะห์ว่าความสำเร็จดังกล่าวนั้นอาจมาจากการที่ทางไมโครซอฟท์บีบบังคับผู้ใช้งานให้เปลี่ยนโดยอ้อม ด้วยการกำหนดการหยุดสนับสนุนด้านความปลอดภัยให้กับ Windows 10 ให้สิ้นอายุลงในวันที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) แล้วบีบให้ผู้ใช้งานอัปเกรดไปใช้งาน Windows 11 หรือเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ ซึ่งตรงกับรายงานทางการเงินของไมโครซอฟท์ที่ระบุว่า รายได้จากการใช้งานนั้นเพิ่มขึ้นจากตัว Windows 11 ที่ติดตั้งอยู่บนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่จากโรงงาน หรือ OEM
คำสำคัญ »
|
|