ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี
Facebook  Twitter  YouTube  News Letter  Rss Feed
ติดตามไทยแวร์ได้ที่นี่
  
ข่าวไอที
 
ส่งข่าวไอทีเข้าไทยแวร์ดอทคอม (Submit News to Thaiware.com)
 

Recommended for you

น่าดีใจนะครับ ในที่สุด หอเอนเมืองปิซา ก็เอนน้อยลงละ

เมื่อ :
ผู้เข้าชม : 1,198
เขียนโดย :
น่าดีใจนะครับ ในที่สุด หอเอนเมืองปิซา ก็เอนน้อยลงละ
0 %E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A+%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94+%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%8B%E0%B8%B2+%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B0
A- A+

หอเอนเมืองปิซา ของประเทศอิตาลี เป็นสิ่งปลูกสร้างสถาปัตยกรรมระดับโลกที่ใครๆ ก็ต้องรู้จัก และในช่วงเวลาที่มันเอนเอียงมากจนน่าใจหาย ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเกิดความกังวลว่าโครงสร้างของมันจะพังทลายลงมา จึงมีการวางแผนที่จะดึงหอกลับมาให้มันเอนน้อยลง

โดยความพยายามดึงหอเอนให้เอนน้อยลงนั้นได้สิ้นสุดลงในปี 2001 เนื่องจากตรวจพบว่าหอเริ่มตั้งตรงขึ้นแล้ว และจากข้อมูลล่าสุดพบว่าตัวหอนั้นเอนกลับมาประมาณ 4 ซม. (1.5 นิ้ว) หรือเอนกลับมาประมาณครึ่งองศาแล้ว

แต่อย่างไรก็ดีมันไม่ได้ตั้งตรงเป๊ะ และก็คงไม่มีใครอยากไปเที่ยวดูหอเอนที่ไม่เอนอีกต่อไป โดยทีมสำรวจที่รับผิดชอบดูแลเรื่องความเอนของหอ ได้ประกาศว่าความเอนของหอได้กลับมาสู่จุดที่มีความเสถียรแล้ว

เมื่อเริ่มมีการสร้างหอระฆังแห่งนี้ในปี 1173 มันเกิดความผิดพลาดขึ้น เพราะว่าวิศวกรไม่ทันได้ตระหนักว่า ทรายและดินเหนียวตรงจุดฐานของทางฝั่งเหนือของหอนั้น มีความนุ่มกว่าฐานทางฝั่งทิศใต้ของหอ ทำให้หอเอนทรุดไปทางฝั่งที่ดินอ่อนกว่า

แต่เมื่อรู้ว่าหอเกิดการเอนในขณะที่กำลังก่อสร้าง แทนที่จะเลิกสร้างไปเฉยๆ พวกเขากลับมีแนวคิดที่ฉลาดกว่า ด้วยการสร้างเพิ่มเติมอีก 5 ชั้น โดยเป็น 5 ชั้นที่มีความเอียงออกจากฐานเดิมของหอเพื่อรักษาสมดุลเอาไว้ ทำให้นอกจากหอนี้จะเอน ก็ยังมีความโค้งนิดๆ อีกด้วยนะ

แต่เรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดก็มักจะเกิดขึ้นเสมอ โดยหอที่มีความสูงถึง 56 เมตรแห่งนี้จะมีความเอนเอียงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลา 800 ปีหลังจากที่เริ่มสร้าง โดยจุดศูนย์กลางของหอนั้นอยู่เยื้องจากจุดที่ควรจะเป็นไปถึง 5 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งนับเป็นจุดวิกฤติของหอเอนแล้ว

น่าดีใจนะครับ ในที่สุด หอเอนเมืองปิซา ก็เอนน้อยลงละ

ในปี 1838 สถาปนิกนาม Alessandro Della Gherardesca เกิดปิ๊งไอเดียว่า มันอาจจะช่วยกอบกู้สถานการณ์ของหอเอนได้ หากมีการจัดการบางอย่างกับรากฐานของมัน ซึ่งเขาคิดผิด และมันผิดมากๆ ด้วย ต่อมาในปี 1934 ผู้นำเผด็จการชื่อดังของอิตาลีอย่าง เบนิโต มุสโสลินี ได้พยายามทำให้หอเอนกลับมาตั้งตรง โดยการเจาะรูที่ฐานหอ แล้วเทคอนกรีตเข้าไป แต่กลับทำให้หอเอนมากขึ้นไปอีก

ต่อมาในปี 1990 หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ถล่มของหอระฆังจากยุคกลางแห่งหนึ่ง ทำให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิต 3 ราย ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าหอเอนเมืองปิซาจะถล่มกับเขาด้วย เลยได้มีการปิดปรับปรุง โดยวิศวกรได้นำระฆังที่มีน้ำหนักมากออกจากชั้น 3 ของตัวหอ จากนั้นก็เสริมความแข็งแรงของส่วนรากฐานทางทิศเหนือของตัวหอ

ขั้นต่อไปคือการนำทราย น้ำ และดินเหนียว ออกจากส่วนฐานทางทิศเหนือ จากนั้นก็ใช้น้ำหนักเพื่อถ่วงตัวหอให้จมลงไปในรากฐาน จากนั้นก็เสริมความแข็งแกร่งด้วยคอนกรีต

โดยขั้นตอนการดำเนินงานในส่วนนี้นั้นกินเวลานานนับ 10 ปี และใช้เงินถึง 30 ล้านยูโรเลยทีเดียว (ประมาณ 1,123 ล้านบาท) ความสำเร็จนั้นเทียบได้กับการย้อนเวลาหอเอนแห่งนี้กลับไปได้ถึง 200 ปี สามารถปรับความเอียงคืนไปได้ถึง 50 ซม. และในทศวรรษหน้า ตัวหอจะเริ่มตั้งตรงขึ้นด้วยตัวเองอย่างช้าๆ โดยความเอียงจะลดน้อยลงอีกประมาณ 2-3 ซม.

โดยย้อนกลับไปในปี 2007 คุณ Salvatore Settis หัวหน้าคณะกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องการอนุรักษ์หอเอน ได้แสดงความคิดเห็นว่าเขาวิตกกังวลว่า ถ้าเกิดเราไม่ตัดสินใจทำอะไรเลย รุ่นลูกรุ่นหลานจะไม่มีวันได้เห็นหอเอนเหมือนอย่างที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้อย่างแน่นอน และเขาบอกกับสื่อ The Telegraph ว่า "ถ้าเราไม่หยุดการเอนของมัน ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการถล่มในช่วงปี 2030-2040"

และในตอนนี้ หอเอนแห่งเมืองปิซา ได้กลับไปสู่ระดับความเอนในช่วงเวลาแรกของมัน และดูเหมือนว่ามันจะไม่มีแนวโน้มที่จะเอนไปในด้านอื่นใดอีก และน่าดีใจที่ในตอนนี้มีผู้เชี่ยวชาญมากมายที่คอยเฝ้าดูหอแห่งนี้อยู่ ทำให้มันปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว โดยหอเอนแห่งนี้ทนทานกับการเกิดแผ่นดินไหวมาแล้วหลายครั้ง ผ่านการแก้ปัญหาที่ผิดวิธีมาก็หลายครั้ง ผ่านการเหยียบย่ำของเท้านักท่องเที่ยวนับล้านครั้ง และในตอนนี้มันได้รับการบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง ทำให้มันยังคงตั้งตระหง่านไปได้อีกอย่างน้อย 200-300 ปีเลยทีเดียว

บอกเลยว่าครั้งหนึ่งในชีวิตก็อยากจะไปเดินเล่นบนหอเอนเมืองปิซาสักครั้ง อยากรู้ว่ามันจะน่าตื่นเต้นขนาดไหนกัน "__"


ที่มา : www.sciencealert.com , th.wikipedia.org


0 %E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A+%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94+%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%8B%E0%B8%B2+%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B0
แบ่งปันหน้าเว็บนี้ผ่าน URL :
Keyword คำสำคัญ »
เขียนโดย
ระดับผู้ใช้ : Admin    Thaiware
ไม่เสพติดไอที แต่ชอบเสพข่าวเทคโนโลยี หาความรู้ใหม่ๆ มาใส่สมอง
 
 
 
 

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง



 

Recommended for you

 

แสดงความคิดเห็น

 

แผนผังเว็บไซต์ (XML Sitemap)
Thaiware Communication Co.,Ltd.

Copyright Notice

Creative Commons Attribution 3.0
Copyright 1999-2019

Thaiware.com is owned and operated by
Thaiware Communication Co., Ltd.