ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี
Facebook  Twitter  YouTube  News Letter  Rss Feed
ติดตามไทยแวร์ได้ที่นี่
  
ข่าวไอที
 
ส่งข่าวไอทีเข้าไทยแวร์ดอทคอม (Submit News to Thaiware.com)
 

Recommended for you

ฟอร์ติเน็ตแนะ 3 มาตรการสำคัญสำหรับองค์กรในเอเชียป้องกันภัยในไอโอที

เมื่อ :
ผู้เข้าชม : 835
เขียนโดย :
ฟอร์ติเน็ตแนะ 3 มาตรการสำคัญสำหรับองค์กรในเอเชียป้องกันภัยในไอโอที
0 %E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0+3+%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5
A- A+

ฟอร์ติเน็ต (Fortinet® NASDAQ: FTNT) ผู้นำระดับโลกในด้านโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์แบบบูรณาการและครบวงจรทรงประสิทธิภาพสูงเตือนผู้บริหารจัดการด้านข้อมูลและความปลอดภัยขององค์กร (CISOs)  ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้เริ่มประยุกต์ใช้มาตรการสำคัญ 3 ประการ ในการต่อสู้ปัญหาที่มากับความนิยมใช้งานอุปกรณ์ไอโอที  

องค์กรยักษ์ใหญ่ Vodafone ได้ออกรายงาน IOT Barometer Report ประจำปี 2017 ฉบับที่ 5 พบว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคเป็นภูมิภาคที่มีการใช้กับไอโอทีมากที่สุดในโลก เนื่องจากองค์กรล้วนต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  ทั้งนี้ ประมาณ 36 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้เริ่มใช้ไอโอที โดยมีเพียง 27 เปอร์เซ็นต์ในอเมริกาและ 26 เปอร์เซ็นต์ในยุโรป และจากรายงานการสำรวจองค์กรต่างๆ ทั่วโลกล่าสุดอีกฉบับซึ่งจัดทำโดย Gartner ในเดือนตุลาคม ปี พ. ศ. 2560 พบว่าสัดส่วนของ CISOs ในองค์กรทั่วโลกใช้เทคโนโลยีที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ  นั้นมีเทคโนโลยีไอโอทีอยู่ในอันดับแรก โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเองมีองค์กรจำนวนถึง 43 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้งาน หรือกำลังวางแผนที่จะใช้ไอโอที  ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่มีเพียง 37 เปอร์เซ็นต์

เกวิน เชา นักกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยและเครือข่ายแห่งฟอร์ติเน็ตกล่าวว่า “อุปกรณ์ไอโอทีจำนวนมากไม่เคยถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความปลอดภัย และเมื่อมีการใช้อุปกรณ์ไอโอทีนับพันล้านพันล้านชิ้นกับผู้บริโภคและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่อยู่อาศัย โรงงานและเมืองต่างๆ จึงเกิดผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคมที่มีการเชื่อมต่อกันมากขึ้นเป็นทวีคูณนี้ และเริ่มจะขาดการควบคุม อุปกรณ์เหล่านี้มักเป็นอุปกรณ์ประเภท "Headless" ที่มีศักยภาพในการทำงานและความสามารถในการประมวลผลที่ต่ำ ซึ่งหมายความว่า การติดตั้งโปรแกรมรักษาความปลอดภัยการใช้การอัพเดท หรือการแก้ไขช่องโหว่นั้นจะเป็นไปไม่ได้ และที่แย่ไปกว่านั้น ในการวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่าอุปกรณ์ไอโอทีประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนทั้งหมดมีความเสี่ยงในการถูกโจมตีโดยภัยไซเบอร์ "

การรักษาความปลอดภัยให้ไอโอที ต้องมีความเข้าใจในเชิงลึกว่าอุปกรณ์ใดบ้างที่สามารถเชื่อถือได้และจัดการได้  ฟอร์ติเน็ตจึงได้แนะนำแนวทางในการพัฒนา และปรับใช้ซีเคียวริตี้แฟบริค อันเป็นสถาปัตยกรรมความปลอดภัยแบบไซเบอร์แบบอัจฉริยะระดับโลก โดยมีขั้นตอนที่สำคัญ 3 ขั้นตอน ดังนี้:

1. เรียนรู้ (Learn)

- องค์กรต้องเข้าใจถึงขีดความสามารถและข้อจำกัดของแต่ละอุปกรณ์ และระบบนิเวศของเครือข่ายที่พวกเขาผูกไว้ด้วยกัน ดังนั้น โซลูชันด้านความปลอดภัยที่ใช้นั้นจึงต้องมีศักยภาพในการมองเห็นที่ครอบคลุมครบถ้วนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเครือข่าย และแยกแยะอุปกรณ์ไอโอทีทั้งหมดในแบบเรียลไทม์  เพื่อนำมาสร้างโปรไฟล์ด้านความเสี่ยง จากนั้น จึงจะกำหนดอุปกรณ์ไอโอทีที่พบนั้นลงในกับกลุ่มที่แตกต่างกัน

2. จัดกลุ่ม (Segment)

– เมื่อองค์กรได้กำหนดวิสัยทัศน์ที่สมบูรณ์และการจัดการแบบรวมศูนย์ในกรอบความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ในข้างต้นแล้ว จึงควรกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการโจมตีที่ไอโอที ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญของการควบคุมเหล่านี้ คือการแบ่งกลุ่มอุปกรณ์และจัดสร้างโซลูชั่นการสื่อสารสำหรับกลุ่มต่างๆ นั้นแบบอัจฉริยะและอัตโนมัติ  ลงในโซนเครือข่ายปลอดภัยที่มีการบังคับใช้นโยบายเฉพาะกลุ่มและปรับแต่งนโยบายเองได้แบบไดนามิก ซึ่งจะช่วยให้เครือข่ายสามารถให้สิทธิ์และบังคับใช้สิทธิพื้นฐานสำหรับแต่ละโปรไฟล์ความเสี่ยงของอุปกรณ์ไอโอทีโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถกระจายและรวบรวมข้อมูลที่สำคัญได้

3. การปกป้อง (Protect)

– และเมื่อองค์กรกลยุทธ์รวมกลุ่มอุปกรณ์ไอโอทีที่กำหนดนโยบายเฉพาะได้ กับกลยุทธ์วิธีการแบ่งส่วนเครือข่ายภายในแบบอัจฉริยะแล้ว จะทำให้องค์กรสามารถตรวจสอบ และบังคับใช้นโยบายอุปกรณ์ได้หลายระดับ (Multilayered monitoring) โดยอิงจากกิจกรรมทุกกิจกรรมที่เกิดในเครือข่ายขององค์กร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของแบบกระจาย  อย่างไรก็ตาม การแบ่งส่วนอย่างเดียวอาจยังมีปัญหาการมองเห็นที่เป็นส่วนๆ อยู่  ดังนั้น องค์กรจึงควรเชื่อมโยงแต่ละกลุ่มและกลุ่มเครือข่ายเข้าด้วยกันด้วยกรอบความปลอดภัยแบบองค์รวม ที่เรียกว่า “ซีเครียวริตี้แฟบริค” ซึ่งการเชื่อมโยงแบบบูรณาการตามผืนผ้าแห่งความปลอดภัยนี้จะก้าวข้ามความแตกต่างของอุปกรณ์ และการทำงานที่แยกกันของอุปกรณ์ จึงช่วยเชื่อมโยงข้อมูลด้านภัยคุกคาม (Threat intelligence) ระหว่างเครือข่ายต่างๆ และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่างๆ และส่วนต่างๆ  อีกทั้งยังบังคับใช้ฟังก์ชันการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงให้กับอุปกรณ์ไอโอที และให้กับทราฟฟิคที่อยู่ทุกแห่งทั่วเครือข่ายโดยอัตโนมัติ

"ผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยที่ป้องกันอุปกรณ์ปลายทาง และแพลตฟอร์มดั้งเดิมเพียงอย่างเดียวจะไม่เพียงพอต่อการรักษาความปลอดภัยสำหรับสภาพแวดล้อมแบบไอโอที  ธุรกิจต้องใช้ผืนผ้าที่ได้รับการสร้างขึ้นจากกรอบความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ซึ่งจะเชื่อมโยงไอโอทีเข้ากับแกนกลางและออกสู่ระบบคลาวด์ได้  ทั้งนี้ เพื่อที่จะส่งให้องค์กรเองสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้"  เกวินกล่าวสรุป



0 %E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0+3+%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5
แบ่งปันหน้าเว็บนี้ผ่าน URL :
Keyword คำสำคัญ »
เขียนโดย
    สมาชิก
 
 
 
 

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง



 

Recommended for you

 

แสดงความคิดเห็น

 

แผนผังเว็บไซต์ (XML Sitemap)
Thaiware Communication Co.,Ltd.

Thaiware Communication Co.,Ltd.

Copyright 1999-2019 Thaiware.com All rights reserved.
E-Commerce Registration Number : 0108414736771
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี / Tax ID : 010-554-707-3996