ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี
Facebook  Twitter  News Letter  Rss Feed
ติดตามไทยแวร์ได้ที่นี่
  
ข่าวไอที
 
 

 ค้นหาข่าว !

 
ส่งข่าวไอทีเข้าไทยแวร์ดอทคอม (Submit News to Thaiware.com)
 

  สินค้าแนะนำ

 
 
 
 

 รายละเอียดข่าวไอที

Epson ชูยอดหัวพิมพ์ Micro Piezo และเปิดตัวเครื่องพิมพ์ใหม่ ในทุกไลน์ปริ้นเตอร์

Epson ชูยอดหัวพิมพ์ Micro Piezo และเปิดตัวเครื่องพิมพ์ใหม่ ในทุกไลน์ปริ้นเตอร์


 วันที่เขียน : 10 เมษายน 2556 (Last Updated : April 10, 2013)

 หมวดหมู่ : ข่าวไอที > คอมพิวเตอร์ และ โน๊ตบุ๊ค

 เขียนโดย : Thaiware
ผู้เข้าชม

2,219
โหวตให้คะแนน
 
 
แบ่งปันหน้าเว็บนี้ผ่าน URL :
 
Facebook Facebook
 
Twitter Tweet
 
 
 
ดาวน์โหลดโปรแกรม          สั่งซื้อ
 
 

 รายละเอียดข่าวไอที

เพิ่มขนาดตัวอักษร | ลดขนาดตัวอักษร

Epson MP_24

20 ปีที่แล้ว เอปสันได้ดำเนินการผลิตพรินเตอร์ขึ้นมา ซึ่งมีความโดดเด่นแตกต่างจากบริษัทผู้ผลิตพรินเตอร์รายอื่นๆ ทั้งยังได้กลายเป็นจุดแข็งให้กับองค์กรในปัจจุบัน ในเดือนมีนาคม 2536 เอปสันได้เปิดตัวพรินเตอร์เครื่องแรก ที่นำเอาเทคโนโลยีอิงค์เจ็ท ‘ไมโคร ปิเอโซ’ เอกสิทธิ์เฉพาะมาใช้ โดยเทคโนโลยี ดังกล่าวได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 3 ปี ในช่วงยุค 90 โคอิจิ เอนโด ประธานกรรมการ เอปสันเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หนึ่งในวิศวกรผู้คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีหัวพิมพ์ ไมโคร ปิเอโซ ซึ่งใช้ในพรินเตอร์เอปสัน ทุกขนาดตั้งแต่ใหญ่สุดไปจนถึงเล็กสุด

ไมโคร ปิเอโซ คือเทคโนโลยีการพิมพ์ระบบอิงค์เจ็ทประสิทธิภาพสูง โดยการนำวัตถุไมโครปิเอโซอิเล็คทริค ซึ่งสามารถโค้งงอเปลี่ยนรูปได้ตามต้องการอย่างเที่ยงตรง เมื่อมีการป้อนกระแสไฟฟ้าในระดับต่างๆ เข้าไป มาใช้เพื่อควบคุมให้การฉีดพ่นปริมาณน้ำหมึกในแต่ละครั้งเป็นไปอย่างแม่นยำ ในปัจจุบัน เอปสันจัดเป็นผู้ผลิตพรินเตอร์รายเดียวในโลกที่สามารถนำหัวพิมพ์ปิเอโซอิเล็คทริกมาใช้กับเครื่องพรินเตอร์ทุกรุ่นของตน ไม่ว่าจะเป็นพรินเตอร์พิมพ์ภาพส่วนบุคคลขนาดเล็ก ไปจนถึงเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ ที่ใช้ในระดับอุตสาหกรรม


จุดกำเนิดเทคโนโลยีไมโคร ปิเอโซ

ในยุค 70 และต้นยุค 80 นั้น เอปสันได้ชื่อว่าเป็นเจ้าตลาดพรินเตอร์ระบบด็อท เมทริคซ์ ซึ่งใช้เทคโนโลยีหลักในท้องตลาดเช่นเดียวกับรายอื่น อย่างไรก็ดี ในปี 2521 เอปสันได้ลงมือสร้างสรรค์พรินเตอร์ ที่ให้ความคมชัดสูงและทำงานเงียบ โดยไม่พึ่งเทคโนโลยีที่มีอยู่ในขณะนั้น ผลพลอยได้จากการศึกษาหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในครั้งนั้น คือการถือกำเนิดขึ้นของพรินเตอร์เอปสัน SQ-2000 ซึ่งเป็นพรินเตอร์อิงค์เจ็ทเครื่องแรก ที่นำหัวพิมพ์ปิเอโซอิเล็คทริกมาใช้ และยังคงมีการศึกษาหาเทคนิควิธีการพิมพ์ในรูปแบบอื่นๆ ต่อเนื่องเรื่อยมา ในปี 2531 เอปสันได้ตัดสินใจทุ่มเททรัพยากรเพื่อปรับปรุงระบบปิเอโซให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาหัวพิมพ์ขึ้นใหม่ และโอกาสในการพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้มาถึง เมื่อมีการนำส่วนประกอบปิเอโซแบบหลายชั้นมาใช้ ส่วนประกอบนี้ช่วยให้วิศวกรสามารถลดกระแสไฟขับเคลื่อน (driving voltage) ทั้งยังทำให้หัวพิมพ์มีขนาดเล็กลง โดยหัวพิมพ์นี้จัดเป็น หัวพิมพ์ไมโคร ปิเอโซรุ่นแรกที่เอปสันพัฒนาขึ้นเอง และในปี 2536 เอปสัน สไตลัส 800 ซึ่งเป็นพรินเตอร์เครื่องแรกที่นำหัวพิมพ์ชนิดดังกล่าวมาใช้งานก็ได้ถูกเปิดตัวออกสู่ตลาด

2013-04-09_162359

เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเธอมัล อิงค์เจ็ท พรินเตอร์ พรินเตอร์ไมโคร ปิเอโซ ของเอปสันเหนือกว่าด้วยคุณสมบัติ 3 ประการ ดังต่อไปนี้

  1. คุณภาพงานพิมพ์และความแม่นยำได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น อันเนื่องจากความสามารถในการฉีดพ่นหยดหมึกได้หลายขนาด
  2. ในขณะทำงาน พรินเตอร์จะปล่อยความร้อนต่ำ จึงช่วยประหยัดพลังงานและทำให้สามารถใช้งานร่วมกับหมึกและกระดาษพิมพ์ได้หลากหลายขึ้น
  3. คุณภาพคงทน ไว้วางใจได้มากกว่า ทำให้เอปสันใส่หัวพิมพ์ไว้ในพรินเตอร์ แทนที่จะเป็นหมึกพิมพ์ ซึ่งช่วยให้สามารถจำหน่ายหมึกพิมพ์ได้ในราคาที่ถูกลง รวมทั้งหาซื้อและรีไซเคิลได้ง่ายกว่า คุณสมบัติข้อนี้ยังทำให้ เอปสันสร้างสรรค์พรินเตอร์อิงค์แท็งค์ของตัวเองขึ้นมา และมีชื่อเสียงในตลาดอย่างมาก

เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 20 ปีของเทคโนโลยีไมโคร ปิเอโซ เอปสันได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ “WorkForce” ซึ่งมีทั้งพรินเตอร์เชิงธุรกิจขนาดเล็ก พรินเตอร์อิงค์แท็งค์ และพรินเตอร์เพื่อการพิมพ์ผ้ารุ่นใหม่ โดยพรินเตอร์เหล่านี้มาพร้อมคุณสมบัติอันโดดเด่น ซึ่งเป็นผลจากการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ ทั้งยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความก้าวหน้าและพัฒนาการของเทคโนโลยี ไมโคร ปิเอโซอีกด้วย


รายละเอียดพรินเตอร์รุ่นต่างๆ ที่เปิดตัวในวันนี้

รุ่น

รายละเอียดโดยสังเขป

เอปสัน L550

พรินเตอร์สี อิงเจ็ท ออล อิน วัน อิงค์แท็งค์ เครื่องแรกของเอปสันที่มาพร้อมแฟ็กซ์ ถาดป้อนกระดาษอัตโนมัติ และอีเทอร์เน็ต

เอปสัน M100 และ M200

พรินเตอร์ขาวดำระบบอิงค์แท็งค์ แบบซิงเกิลฟังก์ชั่น (M100) และ ออล อิน วัน (M200) พร้อมหมึกพิมพ์สีดำ

เอปสัน WorkForce WF-2528 และ WF-2538

 

พรินเตอร์ออล อิน วัน เชิงธุรกิจขนาดเล็ก แบบกะทัดรัดที่มาพร้อมแฟ็กซ์ ถาดป้อนกระดาษอัตโนมัติ และ    อีเทอร์เน็ต (WF-2528) หรือไวไฟ (WF-2538)

เอปสัน WorkForce WF-3011 และ WF-3521

 

พรินเตอร์เวิร์คกรุ๊ป แบบซิงเกิลฟังก์ชั่น ประสิทธิภาพสูงที่มาพร้อมอีเทอร์เน็ต (WF-3011) และพรินเตอร์เวิร์คกรุ๊ปแบบ ออล อิน วัน ที่มาพร้อมแฟ็กซ์ ถาดป้อนกระดาษอัตโนมัติ อีเทอร์เน็ต ไวไฟ และหน้าจอแอลซีดี ขนาด   2.5 นิ้ว (WF-3521)

เอปสัน SureColor SC-F6070 และ SC-F7070

พรินเตอร์เพื่อการพิมพ์ผ้าเชิงอุตสาหกรรมเครื่องแรกของเอปสัน

 


เอปสัน L550 พรินเตอร์สีระบบอิงค์แท็งค์

 

2013-04-09_162954

เอปสัน L550 คือพรินเตอร์ระบบอิงค์แท็งค์เครื่องแรกของเอปสัน ที่รวมเอาแฟ็กซ์ การเชื่อมต่อแบบอีเทอร์เน็ต และถาดป้อนกระดาษอัตโนมัติเข้าไว้ด้วยกัน เช่นเดียวกับ L-series ซึ่งเป็นพรินเตอร์สีระบบอิงค์แท็งค์รุ่นถัดมา เอปสัน L550 พิมพ์งานขาวดำด้วยความเร็วสูงสุดถึง 9 ipm (images per minute – มาตรฐาน ISO) และพิมพ์เอกสารในดราฟท์โหมดได้ถึง 33 แผ่นต่อนาที (ดราฟท์, พิมพ์ขาวดำ) ตามลำดับ ผู้ใช้สามารถไว้วางใจในความคงทนของเอปสัน L550 เนื่องจากสามารถรองรับงานพิมพ์ได้สูงถึง 30,000 แผ่น

  • รองรับงานพิมพ์จำนวนมาก – เอปสัน L550 ใช้หมึกพิมพ์ที่สามารถพิมพ์งานได้จำนวนมาก (ราคา 250 บาท ต่อขวด) จึงช่วยให้สามารถพิมพ์งานจำนวนมากด้วยต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นต่ำ ทำให้ผู้ใช้หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย หมึกพิมพ์ชุดเริ่มต้นสีดำ ขนาดขวดละ 70 ml พิมพ์งานขาวดำได้ถึง 4,000 แผ่น ในขณะที่เซ็ตหมึกพิมพ์สี 3 ขวด ขนาดขวดละ 70 ml สามารถพิมพ์งานสีได้ถึง 6,500 แผ่น** เมื่อซื้อพรินเตอร์ ในกล่องจะแถมหมึกพิมพ์สีดำมาให้จำนวน 2 ขวด
  • ต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นต่ำที่สุดในโลก – ด้วยหมึกพิมพ์ข้างต้น เอปสัน L550 จึงผลิตงานพิมพ์ด้วยต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นถูกที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับหมึกพิมพ์แท้ในตลาดยี่ห้ออื่น โดยราคาเพียง 6 สตางค์ต่องานพิมพ์ขาวดำ 1 แผ่น และ 11 สตางค์ต่องานพิมพ์สี 1 แผ่น

เอปสัน M100 และ M200 พรินเตอร์อิงค์แท็งค์ขาวดำ

2013-04-09_163127

  • สืบทอดความสำเร็จ – เอปสัน M100 และ M200 ซึ่งเป็นพรินเตอร์อิงค์แท็งค์ขาวดำ สร้างขึ้นเพื่อตามรอยความสำเร็จของเอปสัน L-series ซึ่งเป็นพรินเตอร์อิงค์แท็งค์สี โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มองค์กรได้มีทางเลือกที่ดีกว่าในการพิมพ์งานขาวดำ ที่คุณภาพเทียบเท่าเลเซอร์พรินเตอร์ในราคาใกล้เคียงกัน
  • ความเร็วสูงกว่าเลเซอร์ – พรินเตอร์ M-series ทั้งสองรุ่น พิมพ์ด้วยความเร็วสูงเทียบเท่าเลเซอร์ที่ 15 ppm ซึ่งใกล้เคียงกับเลเซอร์พรินเตอร์ระดับล่าง ยิ่งกว่านั้นพรินเตอร์ทั้งสองรุ่น ยังสามารถพิมพ์งานในดราฟท์โหมดด้วยความเร็วถึง 34 ppm ซึ่งแม้แต่เลเซอร์พรินเตอร์ระดับล่างยังไม่สามารถทำได้
  • พิมพ์งานได้จำนวนมากและมีอายุการใช้งานยาวนาน งานจึงไม่หยุดชะงัก – ด้วยเทคโนโลยีอิงค์แท็งค์แบบพิเศษของเอปสัน พรินเตอร์ เอปสัน M-series จึงสามารถรองรับงานพิมพ์ได้สูงถึง 8,000 แผ่น ด้วยเซ็ตหมึกพิมพ์ที่มีมาแต่แรก และ 6,000 แผ่น ต่อหมึกรีฟิลหนึ่งขวด ช่วยลดเวลาในการเติมหมึกซึ่งอาจทำให้การทำงานหยุดชะงักได้ นอกจากนี้ พรินเตอร์ทั้งสองรุ่นยังทนทานสูง มีอายุการใช้งานยาวนาน ซึ่งประเมินว่าสามารถพิมพ์งานได้จนถึง 50,000 แผ่น
  • งานพิมพ์คุณภาพสูง ด้วยต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นที่ถูกอย่างเหลือเชื่อ – เอปสัน M-series ช่วยผู้ใช้ประหยัดค่าใช้จ่าย ด้วยต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นที่ถูกเหลือเชื่อ ไม่ถึง 12 สตางค์ต่อแผ่นซึ่งถูกกว่าถึง 90% เมื่อเปรียบเทียบกับหมึกพิมพ์แท้แบบเติมของเลเซอร์พรินเตอร์ และถูกกว่าหมึกเทียบเท่าที่จำหน่ายในท้องตลาดถึง 50% อย่างไรก็ดี คุณภาพงานพิมพ์และความคงทนไม่ได้ด้อยลงไปตามราคาที่ถูก เพราะงานพิมพ์ที่มาจากพรินเตอร์ที่ใช้หมึกพิมพ์แท้ของเอปสัน จะมีความคมชัด ไม่ซีดจาง และทนน้ำ
  • ขนาดกะทัดรัดและใช้งานร่วมกันได้ง่าย – พรินเตอร์เอปสัน M-series มีขนาดเล็ดกะทัดรัด มาพร้อมการเชื่อมต่อแบบอีเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานร่วมกันในกลุ่มเล็กๆ ได้โดยง่าย และไม่เปลืองพื้นที่สำนักงานในการจัดวาง

เอปสัน WorkForce WF-2528 และ WF-2538 พรินเตอร์อิงค์เจ็ต ออล อิน วัน เชิงธุรกิจ ขนาดกะทัดรัด

2013-04-09_163239

พรินเตอร์เอปสัน WorkForce WF-2528 และ WF-2538 ขนาดเล็กกะทัดรัด ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยประหยัดพื้นที่การจัดวางบนโต๊ะทำงาน และลดต้นทุนการพิมพ์ ทั้งสองรุ่นยังเป็นพรินเตอร์ออล อิน วัน ที่มีขนาดเล็กที่สุดของเอปสัน ซึ่งมาพร้อมถาดป้อนกระดาษอัตโนมัติ (ADF) ซึ่งใช้งานได้กับหมึกพิมพ์ราคาประหยัดรุ่น 190 รวมถึงหมึกสีดำ “190XL” ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนต่อแผ่นได้มากยิ่งขึ้น

เอปสัน WorkForce WF-2528 ให้การใช้งานร่วมกันในกลุ่มเล็กๆ เป็นเรื่องง่าย ผ่านการเชื่อมต่ออีเทอร์เน็ตในขณะที่รุ่น WF-2538 สามารถเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ได้ ผู้ใช้จึงสามารถใช้งานร่วมกันแบบไร้สาย นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังมีสิทธิใช้งาน Epson Connect suite ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • iPrint (พิมพ์และสแกนไปยังและจากอุปกรณ์ไร้สาย) – WF-2528 /2538
  • Email print (ส่งเอกสารไปยังอีเมลซึ่งจะให้พรินเตอร์พิมพ์) - WF-2538
  • Remote print (พิมพ์เอกสาร ซึ่งส่งผ่านอินเตอร์เน็ต) - WF-2538

ส่วนบริการ Cloud printing อื่นๆ ที่พรินเตอร์ออล อิน วัน รุ่นนี้รองรับคือ

  • Airprint (แอพพลิเคชั่นสำหรับพิมพ์ สำหรับอุปกรณ์ของ Apple) - WF-2538 และ
  • Google Cloud Print (พิมพ์จากบริการ Google cloud) - WF-2538

คุณสมบัติเด่นของเอปสัน WorkForce WF-2528 และ WF-2538

  • ความเร็วในการพิมพ์สูง – สามารถพิมพ์ในดราฟท์โหมด ด้วยความเร็วสูงถึง 34 แผ่นต่อหน้า (ppm) และพิมพ์ด้วยความเร็วคุณภาพเทียบเท่าเลเซอร์ที่ 9 ppm พรินเตอร์ทั้งสองรุ่นนี้จึงช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดเวลา และเพิ่มผลผลิตได้เต็มพิกัด
  • จอแอลซีดีแสดงผล 2 บรรทัด – หน้าจอแอลซีดีซึ่งแสดงผล 2 บรรทัด ในรุ่น WF-2538 และรุ่น WF-2528 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานและสลับฟังก์ชั่นต่างๆ ได้โดยง่าย
  • ฟังก์ชั่นแฟ็กซ์ – พรินเตอร์มาพร้อมแฟ็กซ์คุณภาพสูง ซึ่งสามารถบันทึกเบอร์ได้ถึง 60 เบอร์ และเก็บบันทึกการรับส่งได้ถึง 180 แผ่น ถาดป้อนกระดาษอัตโนมัติที่มาพร้อมพรินเตอร์ ช่วยให้การส่งแฟ็กซ์คราวละหลายหน้าสะดวกยิ่งขึ้น
  • งานพิมพ์คงทน คุณภาพเยี่ยมด้วยหมึกพิมพ์เอปสัน DURABrite Ultra pigment inks – พรินเตอร์ทั้งสองรุ่นใช้หมึกพิมพ์เอปสัน DURABrite Ultra pigment inks ทำให้งานพิมพ์มีคุณภาพสูง ไม่เลอะเทอะ ไม่ซีดจางและทนน้ำ

เอปสัน WorkForce WF-3011 และ WF-3521 พรินเตอร์เชิงธุรกิจ ประสิทธิภาพสูง

2013-04-09_163435

เอปสัน WF-3011 และ WF-3521 คือ พรินเตอร์รุ่นสูงสุดในไลน์ “WorkForce” ซีรียส์ WF-3000 ซึ่งเป็นพรินเตอร์อิงค์เจ็ท สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ได้สูงสุด แต่ให้งานพิมพ์คุณภาพยอดเยี่ยมที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าในระดับเดียวกัน

  • พิมพ์ด้วยความเร็วสูง ให้งานพิมพ์คุณภาพเยี่ยม ทั้งแบบหน้าเดียวและสองหน้า – พรินเตอร์ทั้งสองรุ่น สามารถพิมพ์ในดราฟท์โหมดได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 38 ppm พิมพ์ด้วยความเร็วคุณภาพเทียบเท่าเลเซอร์ที่ 15ppm (ขาวดำ) และ 9.2 ppm (สี) เอปสัน WorkForce WF-3011 และ WF-3521 ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดกระดาษ ด้วยการพิมพ์สองหน้าซึ่งใช้งานง่ายด้วยถาดพิมพ์ 2 ด้าน ซึ่งได้รับการยอมรับว่าพิมพ์ได้เร็วในระดับต้นๆ ของพรินเตอร์ระดับเดียวกัน โดยพิมพ์ด้วยความเร็วถึง 7.9 ppm สำหรับการพิมพ์ขาวดำแบบสองหน้า และ 5.7 ppm สำหรับการพิมพ์สี เช่นเดียวกับพรินเตอร์เอปสัน WorkForce WF-2000 ซีรียส์ และ WF-3000 ซีรียส์ ใช้หมึกเอปสัน DURABrite Ultra pigment inks ทำให้ได้งานพิมพ์คุณภาพที่มีความคมชัด ไม่เลอะเทอะ ไม่ซีดจาง และทนน้ำ
  • ต้นทุนต่อแผ่นต่ำ – พรินเตอร์เอปสัน WorkForce WF-3000 ซีรียส์   ได้รับการสร้างสรรค์มาเพื่อแทนรุ่น ME Office ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ยังคงใช้หมึกพิมพ์ราคาประหยัดรุ่น เอปสัน 141 และ 143 เช่นเดียวกัน โดยหมึกพิมพ์เอปสัน 143 ช่วยประหยัดต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่น อยู่ที่ราคา 49 สตางค์ต่อแผ่น เมื่อพิมพ์ขาวดำ และ 1.99 บาท สำหรับพิมพ์สี
  • เชื่อมต่อได้อย่างยืดหยุ่น – พรินเตอร์ทั้งสองรุ่นมาพร้อมการเชื่อมต่อแบบอีเทอร์เน็ตและไวไฟ จึงทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานร่วมกันในกลุ่มได้ แต่รุ่น WF-3521 จะมีความพิเศษเพิ่มมากขึ้น เพราะสามารถใช้งาน Epson Connect suite ทำให้ผู้ใช้สั่งพิมพ์ได้หลากหลายวิธี อาทิ iPrint, email print, remote print, scan to cloud, AirPrint และ Google cloud print
  • คุณสมบัติเด่นของ WF-3521 (แฟ็กซ์ / จอแอลซีดี / ถอดป้อนกระดาษอัติโนมัติสองด้าน) – เอปสัน WorkForce WF-3521 มาพร้อมคุณสมบัติเด่นต่างๆ อาทิ แฟ็กซ์ประสิทธิภาพสูง จอแอลซีดีขนาด 2.5 นิ้ว และถาดป้อนกระดาษ  อัตโนมัติสองด้าน ซึ่งบรรจุกระดาษได้ครั้งละ 30 แผ่น เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์งานแบบหน้าหลัง และส่งแฟ็กซ์ได้ครั้งละหลายแผ่นได้โดยสะดวก

เอปสัน SureColor SC-F6070 และ SC-F7070 พรินเตอร์เพื่อการพิมพ์ผ้า

2013-04-09_163555

เอปสันก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอ ด้วยพรินเตอร์ระบบ dye sublimation แบบป้อนม้วนกระดาษ (roll-fed) เพื่อการพิมพ์ผ้ารุ่นใหม่ จำนวนสองรุ่น นั่นคือ SureColor SC-F6070 หน้ากว้าง 44 นิ้ว และ SureColor SC-F7070 หน้ากว้าง 64 นิ้ว ซึ่งพรินเตอร์รุ่นใหม่ทั้งสองรุ่นคือส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่จะผลักดันพรินเตอร์ทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงอุตสาหกรรมให้เจริญเติบโต โดยมีเทคโนโลยีหัวพิมพ์ ไมโคร ปิเอโซ เอกสิทธิ์เฉพาะของเอปสันมาเป็นตัวชูโรง

พรินเตอร์ SureColor F-Series นอกจากจะเป็นพรินเตอร์ระบบ dye sublimation เพื่อการพิมพ์ผ้าเครื่องแรกของเอปสันแล้ว ยังถือเป็นเครื่องแรกในตลาดที่ทุกส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็นหมึกพิมพ์ หัวพิมพ์ ไปจนถึงโครงสร้างได้รับการออก แบบและผลิตโดยบริษัทเดียวกัน ผลลัพธ์คือพรินเตอร์ dye-sublimation ประสิทธิภาพสูง ซึ่งออกแบบมาให้ทนทานและให้งานพิมพ์คุณภาพอุตสาหกรรม โดยมีความละเอียดสูงสุดถึง 1,440 x 720 dpi บนกระดาษสำหรับลอกลายลงผ้า

  • หัวพิมพ์เอปสัน ไมโคร ปิเอโซ แบบปิเอโซฟิล์มบาง (TFP) – หัวพิมพ์ไมโคร ปิเอโซคุณภาพสูงในพรินเตอร์ SureColor F-series มาพร้อมหัวฉีดหมึกซึ่งแต่ละสีมีถึง 720 หัวฉีด เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจในการทำงานอันเปี่ยมประสิทธิภาพ เที่ยงตรง และแม่นยำเหมือนเดิมทุกครั้ง รวมถึงให้ผลลัพธ์เป็นงานพิมพ์คุณภาพเยี่ยม ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถควบคุมให้หัวพิมพ์สั่นไม่แรง ทำให้หยดหมึกที่ฉีดพ่นออกมาได้รูปทรงแม่นยำและวางลงบนตำแหน่งที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีเคลือบกันหมึก ซึ่งพัฒนามาเพื่อหมึกแบบ dye-sublimation ซึ่งสามารถลดการอุดตันของหัวฉีดหมึก และยืดอายุการใช้งานของหัวพิมพ์ได้
  • มีความยืดหยุ่นและความเร็วสูง – พรินเตอร์ SureColor F-Series รุ่นใหม่รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ อาทิ การพิมพ์งานป้ายผ้าคุณภาพสูงจากชุดกีฬา เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และของแถมพรีเมียมต่างๆ เช่น แผ่นรองเมาส์ และแก้วเซรามิค ซึ่งพรินเตอร์ทั้งสองรุ่นสามารถทำงานด้วยความเร็วสูงสุดถึง 63.4 ตารางเมตรต่อชั่วโมง โดยขึ้นอยู่กับประเภทงานพิมพ์
  • หมึกพิมพ์ผ้ารุ่นใหม่ คุณภาพเยี่ยม – หมึกพิมพ์เอปสัน UltraChrome DS ซึ่งเป็นหมึก dye-sublimation สูตรพิเศษ ได้รับการพัฒนาต่อเนื่องยาวนานกว่าสามปี จึงให้งานพิมพ์โดดเด่น สีสันสดใส สีดำเข้มข้น ให้รูปทรงคมชัด และการไล่สีที่กลมกลืน โดยเทคโนโลยีหมึกพิมพ์ใหม่ล่าสุดนี้ให้สีคงทน ไม่ซีดจางง่าย ทนต่อการซัก ทนต่อเหงื่อทั้งกรดและด่าง นอกจากนี้ หมึก UltraChrome DS ink ยังแห้งเร็ว และช่วยให้ผู้ใช้สามารถประหยัดต้นทุนในการเป็นเจ้าของ ด้วยเซ็ตหมึกพิมพ์แบบรีฟิลรุ่นใหม่
  • ต้นทุนการพิมพ์ต่ำ ด้วยแท็งค์หมึกขนาดใหญ่ และเซ็ตหมึกรีฟิล – พรินเตอร์เอปสัน SureColor F-series models ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดต้นทุนการพิมพ์ ด้วยนวัตกรรมแท็งค์บรรจุหมึกขนาดใหญ่ใหม่ล่าสุด ซึ่งจุได้ถึง 1500 ml และสามารถเติมหมึกได้ ด้วยเซ็ตหมึกพิมพ์รีฟิล UltraChrome DS ขนาดหนึ่งลิตร
  • Powerful RIP solutions supported – ในขณะที่พรินเตอร์ออกสู่ท้องตลาด โซลูชั่นจาก บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ RIP ชั้นนำ เช่น Wasatch, SA International (SAi) และ ErgoSoft ได้มีวางจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว ดังนั้นผู้ใช้จึงสามารถใช้พรินเตอร์ได้เลย โดยไม่ต้องรอให้เสียเวลา

Epson MP_131

ด้านนายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ไมโครปิเอโซ ไม่เพียงแต่จะอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ และเป็นเครื่องหมายการค้าของผลิตภัณฑ์พรินเตอร์ของเอปสันมาอย่างยาวนานถึงสองทศวรรษ แต่ยังเป็นข้อพิสูจน์ถึงความเป็นเลิศของเทคโนโลยีหัวพิมพ์ของอุตสาหกรรมพรินเตอร์ทั่วโลก จากนี้ไป เอปสันจะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำเสนอต่อลูกค้าในทุกตลาด โดยมีหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซเป็นเทคโนโลยีหัวใจสำคัญ ลูกค้าของเอปสันทั่วโลกจะได้พบกับศักยภาพการพิมพ์ที่เพิ่มขึ้น คุณภาพงานที่ดีเยี่ยม ในขณะที่ค่าพิมพ์ต่อแผ่นและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมลดลง ซึ่งมีแต่ไมโครปิเอโซและเอปสันเท่านั้นที่สามารถรับประกับความพึงพอใจในทุกด้านเหล่านี้ให้กับลูกค้าได้


สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.epson.co.th

 
 


 
 
ดาวน์โหลดโปรแกรม          สั่งซื้อ
Facebook Facebook
 
Twitter Tweet
 
แบ่งปันหน้าเว็บนี้ผ่าน URL :
 
 

 แสดงความคิดเห็น

 

Thaiware Communication Co.,Ltd.

Thaiware Communication Co.,Ltd.

Copyright 1999-2014 Thaiware.com All rights reserved.
E-Commerce Registration Number : 0108414736771
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี / Tax ID : 010-554-707-3996