ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี
       
   สมัครสมาชิก   เข้าสู่ระบบ
ข่าวไอที
 

Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !

Android 13 อาจใช้ Codename ว่า

เมื่อ :
|  ผู้เข้าชม : 6,912
เขียนโดย :
0 Android+13+%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89+Codename+%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2+%22Tiramisu%22+%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9F%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A+%21
A- A+
แชร์หน้าเว็บนี้ :

เรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมของทุกปีไปแล้วที่ในช่วงต้นปีจะมีข่าวลือใหม่เกี่ยวกับ Android เวอร์ชันใหม่หลุดออกมาจากทาง Google ซึ่งในปีนี้ก็เป็นคิวของ Android 13 ที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ว่ามันอาจมีชื่อโค้ดเนมว่า “Tiramisu” และน่าจะมีฟีเจอร์ใหม่ออกมาช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็น

Panlingual

บทความเกี่ยวกับ Google อื่นๆ

หนึ่งในฟีเจอร์ที่หลาย ๆ คนยกให้เป็นสิ่งที่น่าจับตามองของ Android 13 ก็คงหนีไม่พ้น “Panlingual” หรือฟีเจอร์การ “ตั้งค่าภาษา” ภายในแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ โดยผู้ใช้สามารถเลือกใช้งาน “ภาษา” บนแอปพลิเคชันตามใจชอบได้แบบ Custom โดยเข้าไปที่ Settings > System > Languages & input และเลือกปรับใช้งานแอปพลิเคชันในภาษาที่ต้องการได้อย่างอิสระ เช่น ใช้ Facebook ในภาษาอังกฤษ, ใช้ Twitter ภาษาไทย, ส่วนใช้ Instagram ในภาษาเกาหลีก็สามารถทำได้บนสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว คาดว่าฟีเจอร์นี้น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ต้องการฝึกสกิลภาษาอยู่ไม่น้อย

สไลด์รูปภาพ

 Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !

ภาพจาก : https://www.xda-developers.com/android-13-tiramisu-exclusive-first-look/#lockscreenclocklayout

Media TTT (Tap To Transfer)

ฟีเจอร์การ “ส่งต่อ” ข้อมูลการเล่นเพลงหรือสื่อ (Media) ต่าง ๆ ไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ ได้อย่างลื่นไหล (ฟีเจอร์คล้ายบน HomePod) แต่ยังไม่มีข้อมูลเชิงลึกออกมาว่ามันจะใช้ NFC หรือ UWB เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อทั้ง 2 อุปกรณ์นี้เข้าด้วยกัน แต่ในหน้า Demo จะเห็นได้ว่าหากอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อหากันมีระยะห่างมากเกินไปมันก็จะเตือนให้ขยับอุปกรณ์เข้าไปใกล้กันเพื่อให้สามารถส่งต่อข้อมูลระหว่างกันเป็นไปอย่างไร้ปัญหา และคาดว่ามันน่าจะสามารถใช้งานร่วมกับทั้งอุปกรณ์ Android และ iOS

สไลด์รูปภาพ

 Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !

ภาพจาก : https://www.androidpolice.com/android-13-tap-to-transfer/

Post Notifications

เชื่อว่าบางคนน่าจะเคยรู้สึกรำคาญกับการแจ้งเตือน (Notification) ของแอปพลิเคชันต่าง ๆ จนต้องหาทางปิดการทำงานของฟีเจอร์นี้กันอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นทาง Google จึงได้ทดสอบใช้งานฟีเจอร์ “POST_NOTIFICATIONS” หรือการปรับการทำงานของการแจ้งเตือนภายในแอปพลิเคชันต่าง ๆ ให้เป็นแบบ Opt-in ที่สามารถเลือกกดอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แอปพลิเคชันแสดงแจ้งเตือนภายในเครื่องได้ตามต้องการ (ก่อนหน้านี้ผู้ใช้ต้องเข้าไปจัดการปิดการแจ้งเตือนด้วยตนเอง)

Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !
ภาพจาก : https://www.androidpolice.com/heres-what-android-13s-new-notification-permissions-look-like-in-action/

Monet

ก่อนหน้านี้บน Android 12 ได้มีการปรับ UI ใหม่โดยการใช้งาน “Material You” ที่แถบเมนูและปุ่มกดต่าง ๆ จะมีการปรับสีตามวอลเปเปอร์ที่ผู้ใช้เลือก ทำให้สมาร์ทโฟน Android ของเราดู “คุมโทน” มากยิ่งขึ้น ซึ่งบน Android 13 ทาง Google ก็ได้พัฒนาฟีเจอร์นี้ไปอีกขั้นหนึ่ง โดยมันไม่เพียงแต่จะมีโทนสีตามวอลเปเปอร์ที่ผู้ใช้เลือกเท่านั้น ผู้ใช้ยังสามารถเลือกความเข้ม - จางของสีได้ถึง 4 โทนด้วยกัน ทั้งแบบ TONAL_SPOT, VIBRANT, EXPRESSIVE และ SPRITZ

สไลด์รูปภาพ

 Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !

ภาพจาก : https://www.androidpolice.com/android-13-monet-dynamic-themes-new-styles/

Bluetooth LE Audio

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่หลาย ๆ คนรอคอยกันอย่าง Bluetooth LE (Low-Energy) ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การเชื่อมต่อ Bluetooth เข้ากับสมาร์ทโฟนได้อย่างลื่นไหลและกินแบตน้อยกว่าปกติแล้ว มันยังขยายระยะสัญญาณออกไปมากขึ้นและช่วยให้เราสามารถใช้งานหลายอุปกรณ์ในเวลาเดียวกันได้นั้นก็คาดว่าจะสามารถใช้งานได้บน Android 13 เช่นกัน

QR Code Scanner

บน Android 13 จะสามารถเลือกเปิดการทำงานของเมนู “QR Scanner” บน Quick Setting ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสแกน QR Code ได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นได้โดยไม่ต้องสลับไปเปิดกล้อง (แค่ปัดจอลงเพื่อเรียกใช้งาน Quick Setting และแตะที่ “Scan QR” ก็สามารถสแกน QR Code ได้ง่าย ๆ แล้ว)

สไลด์รูปภาพ

 Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !Android 13 อาจใช้ Codename ว่า "Tiramisu" และมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเพียบ !

ภาพจาก : https://www.androidpolice.com/android-13/

TARE (The Android Resource Economy)

ฟีเจอร์ใหม่ที่มีชื่อแปลกตาอย่าง TARE หรือที่ย่อมาจากคำว่า The Android Resource Economy นั้นเป็นฟีเจอร์เครื่องมือการจัดการแบตเตอรี (Battery Management Tools) ใน Android แบบใหม่ที่นำเอา “ระบบ Token” เข้ามาช่วยในการทำงานของแอปพลิเคชันในขณะที่แบตเตอรีเหลือน้อย โดยคร่าว ๆ คาดว่าเมื่อผู้ใช้เปิดใช้งานแอปพลิเคชันมันก็จะเก็บ “เครดิต” เอาไว้ และจะต้องแลกเครดิตกับการเปิดใช้งานแอปพลิเคชันในขณะที่แบตเตอรีในเครื่องเหลือน้อย ซึ่งหากมีเครดิตไม่พอก็จะไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันตอนแบตอ่อนได้นั่นเอง โดยระบบนี้จะทำงานร่วมกับ JobScheduler และ AlarmManager แต่รายละเอียดยังไม่แน่ชัดเท่าไรนัก คาดว่าเราน่าจะต้องติดตามกันต่อไปว่าทาง Google จะพัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์และได้ใช้งานกันบน Android 13 หรือไม่

เราจะได้เห็น Android 13 เมื่อไร ? แล้วสมาร์ทโฟนรุ่นไหนได้ไปต่อ ?

แน่นอนว่าทาง Google ก็ยังยึดกำหนดการณ์การปล่อยอัปเดต Android เวอร์ชันใหม่ในช่วงไตรมาสสุดท้าย (ช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน) ของปีพร้อมกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก Google อย่าง Pixel เหมือนอย่างทุกที ส่วนเวอร์ชัน Developer Preview ก็น่าจะได้เห็นและทดลองใช้งานกันในเดือนกุมภาพันธ์นี้

ส่วนรายชื่อของสมาร์ทโฟนที่คาดว่าน่าจะสามารถใช้งาน Android 13 ได้นั้นก็คาดว่าน่าจะเป็น Google Pixel 4 เป็นต้นไป ส่วน Pixel 3a นั้นยังไม่แน่ชัดว่าจะได้ไปต่อหรือไม่ ทางด้าน Samsung ก็น่าจะครอบคลุมถึง Galaxy S20 และทิ้งให้ Galaxy S10 เคว้งคว้างไปอย่างน่าเสียดาย แต่สำหรับสมาร์ทโฟนจากค่ายอื่น ๆ ก็ต้องรออัปเดตจากทางบริษัทอีกทีหนึ่ง


ที่มา : www.androidpolice.com , www.androidpolice.com , www.reviewgeek.com , www.androidpolice.com , 9to5google.com , www.androidpolice.com , www.reviewgeek.com , www.xda-developers.com

0 Android+13+%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89+Codename+%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2+%22Tiramisu%22+%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9F%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A+%21
แชร์หน้าเว็บนี้ :
Keyword คำสำคัญ »
เขียนโดย
สมาชิก : Member    สมาชิก
ตัวเม่นผู้รักในการนอน หลงใหลในการกิน และมีความใฝ่ฝันจะเป็นนักดูคอนเสิร์ตแต่เหมือนศิลปินที่ชื่นชอบจะไม่รับรู้ว่าโลกนี้มียังประเทศไทยอยู่..
 
 
 

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง

 


 

แสดงความคิดเห็น